บทเรียนราคาแพงจากหนี้ 10 ล้าน และวิชา ‘ล้มให้เป็น’ ที่คนทำธุรกิจต้องรู้
ในโลกของการทำธุรกิจ คำว่า “มั่นคง” อาจไม่มีอยู่จริง เพราะเพียงการตัดสินใจผิดพลาดไม่กี่ครั้ง ก็อาจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตได้อย่างสิ้นเชิง
วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับ “คุณบอย - อิทธิพัทธ์ เศรษฐยุกานนท์” ทายาทธุรกิจครอบครัวที่เลือกไม่สานต่อธุรกิจของที่บ้านสู่การเริ่มต้นทำธุรกิจของตัวเอง ชายหนุ่มผู้เคยพาตัวเองไปแตะจุดสูงสุดของรายได้ ก่อนจะต้องเผชิญบทเรียนราคาแพงจนกลายเป็นหนี้หลักสิบล้านบาท
นี่ไม่ใช่เรื่องของความล้มเหลว แต่คือเรื่องของการ “ล้มให้เป็น” และ “ลุกให้ถูกทาง” ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับคนทำธุรกิจทุกคน

จาก ‘ลูกคนเล็ก’ ที่เอาแต่ใจ สู่การเรียนรู้ที่จะยืนด้วยลำแข้งตัวเอง
ย้อนกลับไปในวัยเด็ก คุณบอยเติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจค้าขายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จังหวัดระนอง พื้นฐานทางบ้านถือว่ามั่นคงดี แต่ด้วยความเป็นลูกคนเล็กที่อายุห่างจากพี่น้องหลายปี ทำให้เขาเติบโตมาพร้อมความเคยชินว่า “อยากได้อะไร ต้องได้”
เมื่อก้าวเข้าสู่วัยทำงาน เขาเริ่มตระหนักว่าโลกธุรกิจไม่ได้หมุนตามใจใคร และความมั่นคงที่แท้จริงไม่ได้มาจากครอบครัวหรือโอกาสที่มี แต่มาจากความสามารถในการยืนด้วยตัวเอง ช่วงหนึ่งของชีวิต เขาจึงตัดสินใจไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ เพื่อออกไปใช้ชีวิตและหาประสบการณ์
“อยู่ที่อเมริกา เราได้ใช้ชีวิตเราเอง 100% เรียนรู้การดูแลตัวเอง รับผิดชอบทุกค่าใช้จ่าย ซึมซับบทเรียนเรื่องวินัยและความอดทน จนถึงเวลาที่จะต้องตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่ต่อหรือกลับไทย เพื่อมาสร้างเส้นทางธุรกิจของตัวเอง”




จังหวะขาขึ้น: เมื่อโอกาสมาพร้อมความกล้า
หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตจนเต็มอิ่ม คุณบอยตัดสินใจกลับเมืองไทยก็ตัดสินใจเริ่มต้นเส้นทางธุรกิจของตัวเองด้วยการ เข้าสู่ธุรกิจบริการด้านเอกสารแรงงานต่างด้าว โดยได้รับโจทย์ท้าทายให้ไปบุกเบิกตลาดใหม่ด้วยตัวเอง
จากสำนักงานเล็กๆ ที่ช่วงเดือนแรกแทบไม่มีลูกค้า ธุรกิจค่อยๆ เติบโตตามจังหวะของตลาด จนสามารถขยายกิจการได้อย่างจริงจัง ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี รายได้เติบโตอย่างรวดเร็ว ถือเป็นช่วงที่กราฟชีวิตพุ่งขึ้นสูงที่สุด
บทเรียนราคาแพง เมื่อความมั่นใจ กลายเป็นความประมาท
ความสำเร็จที่ได้มาเร็วและง่าย บางครั้งก็เปรียบเสมือนดาบสองคม เพราะมักทำให้หลายคนเผลอคิดว่าตัวเอง “รับความเสี่ยงได้มากกว่าความเป็นจริง”
คุณบอยยอมรับว่า การตัดสินใจลงทุนโดยประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป รวมถึงการปล่อยให้ความโลภนำทาง คือจุดเริ่มต้นของปัญหาทั้งหมด เมื่อสถานการณ์ไม่เป็นไปตามแผน ภาระหนี้สะสมจนแตะระดับหลักสิบล้านบาท กลายเป็นบทเรียนชีวิตที่ไม่มีใครอยากเจอ แต่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ในวันที่ล้ม สิ่งสำคัญที่สุดคือ ‘สติ’
จากวันที่เคยมั่นใจในตัวเองสูง สู่วันที่ต้องยอมรับความจริงอย่างตรงไปตรงมา คุณบอยเลือกที่จะไม่จมดิ่ง แต่ดึงสติกลับมาโฟกัสที่ปัจจุบัน ทำงานใช้หนี้ และประคองธุรกิจให้เดินต่อไปได้
“วันที่ล้ม ทำให้เราได้ทบทวนตัวเองจริงๆ เราเรียนรู้ว่าไม่จำเป็นต้องรีบลุยตลอดเวลา บางจังหวะชีวิตต้องหยุด ตั้งหลัก และเดินให้รอบคอบกว่าเดิม”
ปัจจุบัน คุณบอยยังคงดำเนินธุรกิจต่อไป แม้จะไม่หวือหวาเท่าเดิม แต่เต็มไปด้วยความระมัดระวังและสติในการตัดสินใจ

ฝากถึงคนทำธุรกิจ “คุณค่าที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขในบัญชี”
เรื่องราวของคุณบอยคือเครื่องเตือนใจชั้นดีสำหรับผู้ประกอบการ ว่าความไม่แน่นอนคือความแน่นอนที่สุด และสิ่งสำคัญกว่ายอดเงิน คือการรักษาใจให้มั่นคง
“อยากให้คนทำธุรกิจรู้ว่า ตัวเลขในบัญชีไม่ใช่ตัววัดคุณค่าของคน เราอาจล้มได้ แต่ต้องไม่ลืมคุณค่าของตัวเอง ถ้าเรายังยืนอยู่บนสติ วันหนึ่งเราจะกลับมาได้อย่างแข็งแรงกว่าเดิม”