สิ่งที่ไม่ได้ไปต่อในปี 2026 คือผู้นำที่บ้าอำนาจ

สิ่งที่ไม่ได้ไปต่อในปี 2026 คือผู้นำที่บ้าอำนาจ

ทำที่บ้าน

อยากเอาชนะทั้งเกมธุรกิจและใจพนักงาน ต้องบริหารด้วย 5 สิ่งนี้

ในปี 2026 นี้ โลกธุรกิจกำลังเผชิญความไม่แน่นอนที่ซับซ้อนและรุนแรงกว่าที่เคย

เศรษฐกิจโลกผันผวน ภูมิรัฐศาสตร์ตึงเครียด AI และ Digital Transformation เปลี่ยนเกมเร็วเกินคาด

เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่แค่ข่าวที่ดูเหมือนไกลตัว แต่คือความจริงที่กระทบธุรกิจครอบครัวโดยตรง

ภาวะผู้นำจำเป็นที่จะต้องปรับตัวตามที่โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

สไตล์การนำแบบอำนาจนิยม ‘command & control’ ที่เคยได้ผลในอดีต 

อาจไม่ตอบโจทย์โลกปัจจุบันที่ซับซ้อนและไม่แน่นอน 

ทางออกสำหรับทายาทธุรกิจครอบครัวท่ามกลางความผันผวนคือ 

“Transformational Leadership” 

ซึ่งเป็นภาวะผู้นำที่สร้างวิสัยทัศน์ร่วม จุดแรงบันดาลใจ และเปิดพื้นที่ให้บุคลากรเติบโตอย่างสร้างสรรค์

นี่คือ 5 แนวทางที่ทายาทธุรกิจครอบครัวสามารถนำไปใช้จริง

เพื่อพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในโลกที่ไม่แน่นอน และ “Transform” ตัวเองเป็น “Transformational Leader”

1. สร้างการตระหนักรู้ในตนเอง

การเป็นผู้นำต้องเริ่มจากการรู้จักตัวเอง ทั้ง “กรอบความคิด” ที่ใช้ตีความโลก และพฤติกรรมที่ส่งผลต่อคนรอบข้าง 

สำหรับทายาทธุรกิจครอบครัว ความกดดันอาจมาจากทั้งภายนอก เช่น เศรษฐกิจและคู่แข่ง หรือภายในครอบครัว เช่น ความคาดหวังจากรุ่นพ่อแม่ 

การตระหนักรู้ว่าตนเองกำลังเผชิญความกลัวหรือความเครียดใด และการดูแลสุขภาพกายใจอย่างสม่ำเสมอ จะเป็นรากฐานที่สำคัญในการแก้ปัญหา

2. พัฒนาทักษะและมีความยืดหยุ่นในการเป็นผู้นำ

ทายาทรุ่นใหม่ต้องเสริมทักษะ “Soft Skills” เช่น การสื่อสาร การสร้างแรงบันดาลใจ และการบริหารทีม ซึ่งเป็นสิ่งที่คนรุ่น Gen Z เองก็ให้ความสำคัญมากกว่าทักษะเชิงเทคนิค การแก้ปัญหา

ในธุรกิจครอบครัวไม่ได้มีสูตรตายตัว บางครั้งต้อง “สั่งการ” บางครั้งต้อง “จัดการ” และบางครั้งต้อง “นำ” 

การสลับบทบาทอย่างคล่องตัวคือสิ่งที่ทำให้ผู้นำรุ่นใหม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เช่น การรับมือกับ Disruption ทางเทคโนโลยี หรือกติกาการค้าโลกใหม่ๆ

3. มองอนาคตและโอบรับการเปลี่ยนแปลง

อนาคตไม่ได้รอให้เราเดินไปหา แต่กำลังพุ่งเข้าใส่เรา หัวใจสำคัญคือการสร้าง "วิสัยทัศน์ร่วม" (Shared Vision) ระหว่างคนในครอบครัวและทีมงาน 

มองการเปลี่ยนแปลงให้เป็นเรื่องปกติและเป็นโอกาสในการสร้างนวัตกรรม เหมือนที่หลายธุรกิจเคยพลิกวิกฤต COVID-19 ให้กลายเป็นจุดกำเนิดโมเดลธุรกิจใหม่ๆ มาแล้ว

4. พร้อมสำรวจ ทดลอง และกล้าเสี่ยงอย่างมียุทธศาสตร์

ทายาทธุรกิจครอบครัวมักคุ้นชินกับการวางแผนระยะยาว แต่โลกปัจจุบันต้องการการเคลื่อนไหวที่เร็วและยืดหยุ่น 

การทดลองโครงการเล็กๆ ภายในบริษัท เช่น การเปิดไลน์สินค้าใหม่ หรือการร่วมมือกับพันธมิตรภายนอก จะช่วยให้เรียนรู้โดยไม่กระทบธุรกิจหลัก 

การเสียงอย่างมีแผนและยอมรับความล้มเหลวเล็กๆ คือวิธีสร้างความคล่องตัวและโอกาสใหม่ให้ธุรกิจครอบครัว

5. ใช้ความหลากหลายของคน มุมมอง และทักษะ

การนำธุรกิจครอบครัวในยุคที่ซับซ้อนต้องอาศัยการเปิดรับมุมมองที่หลากหลาย ทั้งจากคนในครอบครัวต่างรุ่น ทีมงาน และผู้เชี่ยวชาญภายนอก 

เพื่อป้องกันการคิดแบบ “กรอบเดียว” และสร้างแนวทางใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์ ทายาทรุ่นใหม่สามารถเป็นสะพานเชื่อมระหว่างคนรุ่นก่อนที่มีประสบการณ์กับคนรุ่นใหม่

การสร้างพื้นที่ที่ทุกคนกล้าแสดงความคิดเห็น สร้างวัฒนธรรมที่เปิดกว้างและยืดหยุ่น เช่น การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการโต้แย้ง จะช่วยให้เกิดการถกเถียงเชิงสร้างสรรค์และเสริมพลังให้ธุรกิจครอบครัวแข็งแกร่งขึ้น พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนในระยะยาว

ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความผันผวน การเป็น “Transformational Leader” ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่คือความจำเป็นสำหรับทายาทธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่ 

เมื่อผู้นำรุ่นใหม่ก้าวข้ามกรอบเดิมๆ และเลือกที่จะ “Transform” ตัวเอง พวกเขาไม่ได้แค่รักษาธุรกิจครอบครัวให้รอด 

แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้ทีมงานและคนรอบข้างเดินไปด้วยกันอย่างมั่นใจในอนาคต

ผู้นำที่แท้จริงไม่ได้สร้างผู้ตาม แต่สร้างผู้นำคนใหม่ให้ลุกขึ้นมาเดินเคียงข้างกัน

ทำที่บ้าน School

คลาสละ 6,900 บาท จากปกติ 8,900 บาท
ราคาพิเศษสำหรับลง 3 คลาส
รวม 18,000 บาท จาก 26,700 บาท

สมัครเรียน

อ้างอิง

- Leadership Styles for Turbulent Times: https://cfeg.com/insights_research/leadership-styles-for-turbulent-times/

#ทำที่บ้าน