“เป้าหมายไม่ใช่ร้อยล้าน แต่อยากทำงานกับพ่อ” เส้นทางพลิกวิกฤตบ้านล้มละลาย สู่แบรนด์ Mamita

“เป้าหมายไม่ใช่ร้อยล้าน แต่อยากทำงานกับพ่อ” เส้นทางพลิกวิกฤตบ้านล้มละลาย สู่แบรนด์ Mamita

ทำที่บ้าน

หลายคนอาจมีความฝันในการทำธุรกิจที่อยากจะเติบโตเป็นบริษัทร้อยล้านพันล้าน แต่สำหรับ “คุณแพร พรนภา โอภานนท์ ” เจ้าของเพจ เลี้ยงลูกกับแพร เป้าหมายสูงสุดในการทำธุรกิจของเธอเรียบง่ายกว่านั้นมาก นั่นคือการได้อยู่บ้าน ได้ทำงานกับคุณพ่อคุณแม่ และมีรายได้พอที่จะพาท่านไปกินของอร่อยๆ ได้โดยไม่ต้องกังวล

นี่คือเรื่องราวการเดินทางของเด็กสาวที่เติบโตมาในวันที่ธุรกิจของครอบครัวล้มละลาย สู่การเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง และหวนกลับมาสานต่อ "วิชาเคมี" ของคุณพ่อ จนเกิดเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับเด็กสุดพรีเมียมในชื่อ ‘Mamita’ (มามีต้า)

ยุคทอง วิกฤตต้มยำกุ้ง และโรงงานในบ้านเช่า

ย้อนกลับไปในอดีต คุณพ่อของคุณแพรเป็นนักเคมีตัวยงที่เรียนจบด้านเคมีจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทด้าน Organic Chemistry จากมหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยความรู้เฉพาะทางที่ลึกซึ้ง คุณพ่อได้เปิดโรงงานผลิตน้ำยาทำความสะอาดส่งให้กับองค์กรและบริษัทใหญ่ๆ ธุรกิจเติบโตไปได้สวย สินค้าขายดีและเป็นที่ต้องการของตลาด

แต่แล้ววิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ก็พัดมาถึง ประกอบกับอาการป่วยด้วยโรคซึมเศร้าของคุณพ่อที่กำเริบขึ้นจากความเครียด ทำให้ธุรกิจไปต่อไม่ไหวและจบลงที่การล้มละลาย ครอบครัวต้องย้ายออกจากบ้านหลังใหญ่ที่มีโรงงาน 5 ชั้น มาอยู่ในบ้านเช่าที่กั้นห้องด้วยผนังเบา และย่อส่วนเครื่องจักรมาผลิตน้ำยาเล็กๆ กันภายในบ้าน

แม้วิกฤตครั้งนั้นจะหนักหนา แต่สำหรับคุณแพรในวัยเด็ก เธอไม่ได้รู้สึกขาดแคลน เธอเริ่มหาเงินด้วยตัวเองตั้งแต่ ม.ปลาย ทั้งขายของและรับงานเต้น จนสามารถส่งตัวเองเรียนและมีรายได้หลักหมื่นตั้งแต่ยังอยู่มหาวิทยาลัย

"ตอนธุรกิจที่บ้านล้มแพรไม่ได้เสียใจอะไรเลย เพราะช่วงนั้นได้ยินป๊ากับแม่ทะเลาะกันเรื่องเงินบ่อยมาก การย้ายออกมาอยู่ด้วยกันในที่เล็กๆ แต่ป๊ากับแม่เลิกทะเลาะกัน มันทำให้เราสบายใจกว่าเดิมด้วยซ้ำ"

ตามหาความมั่นคง เพื่อกลับมาอยู่กับครอบครัว

แม้คุณแพรจะประสบความสำเร็จในอาชีพนักเต้น มีรายได้ที่ดี แต่การทำงานดึก พักผ่อนน้อย และต้องเดินทางตลอดเวลา ทำให้เธอแทบไม่มีเวลาเจอครอบครัว ยิ่งรู้ว่าปัญหาการเงินของที่บ้านรุนแรงขึ้น ก็ยิ่งทำให้เธอตระหนักได้ว่า อาชีพที่ทำอยู่แม้จะได้เงินดี แต่มันไม่มั่นคงพอที่จะดูแลครอบครัวได้ เธอพยายามเปลี่ยนไปเป็นแอร์โฮสเตส แต่ก็พบว่ายิ่งทำให้ห่างบ้านไปกว่าเดิม

สุดท้าย คุณแพรตัดสินใจกลับมาตั้งหลักที่บ้าน และตั้งเป้าหมายเดียวในใจว่า "ฉันจะทำธุรกิจของครอบครัว เพื่อจะได้อยู่กับป๊าและแม่"

บทเรียนราคาแพง สู่การเป็นอินฟลูเอนเซอร์ตัวแม่

ความพยายามครั้งแรกของคุณแพรคือการให้คุณพ่อทำแบรนด์ "สบู่และแชมพู" แต่ด้วยความที่เป็นมือใหม่ ไม่มีทักษะด้านออนไลน์ และยังมีความเขินอายที่จะขายของ ทำให้แบรนด์แรกต้องพับเก็บไป

แต่คุณแพรไม่ยอมแพ้ เธอหันไปศึกษาเรื่องการตลาดออนไลน์อย่างจริงจัง ทุ่มเงินหลักแสนเพื่อเรียนรู้ จนกระทั่งเปิดเพจรีวิวสินค้าของตัวเอง และประสบความสำเร็จอย่างมาก มีผู้ติดตามกว่า 280,000 คน กลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์สายรีวิวที่มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ สามารถซื้อบ้าน ซื้อรถ และดูแลครอบครัวได้สบายๆ

แต่ลึกๆ ในใจ เธอยังไม่ลืมความฝันที่อยากทำแบรนด์กับคุณพ่อ

จนกระทั่งเธอมีลูกและเปิดเพจ "เลี้ยงลูกกับแพร" เพื่อแชร์ประสบการณ์การเลี้ยงลูกอย่างจริงใจโดยไม่รับสปอนเซอร์ เพจนี้เติบโตอย่างรวดเร็วและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคุณแพรอย่างมหาศาล ประกอบกับประสบการณ์จากการอ่านฉลากส่วนผสมสินค้ามานับไม่ถ้วนตลอดการทำเพจรีวิว ทำให้คุณแพรรู้ว่า สินค้าแบบไหนคือของ "พรีเมียม" อย่างแท้จริง

Mamita: การผสาน "ความรู้เคมีรุ่นพ่อ" และ "การตลาดรุ่นลูก"

เมื่อเวลา ทักษะ และโอกาสมาบรรจบกัน แบรนด์ Mamita จึงถือกำเนิดขึ้น คุณแพรเดินไปหาคุณพ่อพร้อมกับโจทย์สุดท้าทาย นั่นคือ ทำผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับเด็กที่พรีเมียมที่สุด สารสกัดต้องดีที่สุด 

ความสนุก (และแอบปวดหัว!) คือการทำงานร่วมกันระหว่างพ่อลูก ในขณะที่คุณพ่อซึ่งคุ้นเคยกับการทำสินค้า Mass มองว่าสารทำความสะอาดบางตัว เช่น SLES เป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ใช้และช่วยลดต้นทุนได้ แต่คุณแพรในฐานะนักการตลาดยืนยันเสียงแข็งว่า "ต้องเอาออก" เพราะแบรนด์ของเราต้องพรีเมียมที่สุด ปลอดภัยกับเด็กที่สุด และต้องมีจุดแข็งที่แตกต่างจากตลาด

คุณพ่อรับฟังและกลับไปเข้าห้องแล็บส่วนตัว รื้อสูตรใหม่ทั้งหมด ลองผิดลองถูก ปรับความหนืด ปรับฟอง ปรับความเข้ากันของสารเคมีแต่ละตัว ทำสูตรใหม่ถึง 7 เวอร์ชัน จนได้ผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

"แบรนด์นี้คือความฝันของแพรเลย พี่สาวคนโตมาช่วยดูเรื่องโครงสร้างราคาและการตลาดออนไลน์ ป๊าเป็นคนคิดค้น R&D ทั้งหมด แฟนแพรช่วยจัดการเรื่องเอกสารและ อย. ส่วนแพรรับหน้าที่ทำคอนเทนต์ มันคือธุรกิจที่เราร่วมกันสร้างทั้งครอบครัวจริงๆ"

ความสำเร็จที่ไม่ได้วัดแค่ยอดขาย

คลิปวิดีโอเล่าจุดเริ่มต้นของแบรนด์ Mamita กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ตั้งแต่เปิดตัว แต่สิ่งที่ทำให้คุณแพรและคุณพ่อภูมิใจที่สุด ไม่ใช่ยอดขายที่มาจากกระแส แต่คือ "การซื้อซ้ำ" จากลูกค้าที่ซื้อแบบแกลลอนใหญ่ เพราะมันพิสูจน์แล้วว่า "สูตรเคมีของคุณพ่อ" นั้นดีจริงและแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้จริงๆ

เมื่อถามถึงคำแนะนำสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องกลับไปทำงานกับธุรกิจครอบครัว หรือทำงานกับคนต่างเจเนอเรชัน คุณแพรให้มุมมองที่น่าสนใจไว้ว่า

"คีย์สำคัญคือ 'ความเข้าใจและเห็นใจ' ค่ะ เด็กรุ่นใหม่อาจจะไปเรียนมาเยอะ มีไฟ อยากจะเปลี่ยนทุกอย่างให้ดีขึ้นทันที แต่เราต้องไม่ลืมอธิบายเหตุผลให้พ่อแม่ฟังอย่างใจเย็น การเข้าไปเปลี่ยนทุกอย่างโดยไม่บอกเหตุผล มันเหมือนเราไม่ให้เกียรติสิ่งที่ท่านสร้างมาอย่างยากลำบาก เราต้องให้เวลาท่านซึมซับ แม้จะต้องใช้เวลาอธิบายเป็นเดือนๆ แต่มันก็เทียบไม่ได้เลยกับเวลาทั้งชีวิตที่ท่านทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูเรามา"

สำหรับคุณแพร ความสำเร็จของ Mamita ไม่ใช่แค่ตัวเลขในบัญชี แต่มันคือภาพฝันที่กลายเป็นจริง ภาพของครอบครัวที่ได้นั่งกินข้าวด้วยกัน พูดคุยเรื่องงานกันอย่างสนุกสนาน และได้ใช้เวลาทุกวันร่วมกันในบ้านที่อบอุ่นหลังนี้